บุกชาร์จจับแก๊งอุ้มนักธุรกิจยุ่นเรียกค่าไถ่ จับขังทรมาน เจอเลื่อย-ถุงดำ เตรียมอำพรางศพ!

 

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. พล.ต.ท.สุธีร์ เนรกัณฐี รองผบช.น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท. พร้อมชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว บก.สปพกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.5 สน.ทองหล่อ และ บก.ทท. สนธิกำลังเข้าช่วยเหลือ นายวาตานาเบ้ ซินามิ นักธุรกิจเกี่ยวกับบริษัท เครื่องมือการแพทย์ ซึ่งถูกคนร้ายชาวญี่ปุ่น 3 คนด้วยกันจับตัวมาเรียกกรรโชกทรัพย์ จากย่านแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา จากนั้นพามากักขังไว้ที่ภายในห้องพักเลขที่ 719 ชั้น7 ของอพาร์ทเม้นต์ ภายในซอยเอกมัย 23 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา ภรรยาและเพื่อนของนายวาตานาเบ้แจ้งว่า ไม่สามารถติดต่อนายวาตานาเบ้ได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา เกรงว่าจะได้รับอันตราย โดยเชื่อว่านายวาตานาเบ้ถูกเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่เป็นผู้รับเหมานำตัวไป โดยกลุ่มคนร้ายชาวญี่ปุ่นที่อุ้มไปได้ติดต่อมาที่ภรรยาชาวไทยว่าไม่ต้องตามหาสามีทำให้รู้สึกว่าผิดปกติจึงเข้าขอความช่วยเหลือจากตำรวจไทย โดยแจ้งผ่านตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 พร้อมกับแจ้งความไว้ที่สน.ทองหล่อ

หลังทราบเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่หาข่าว จนกระทั่งพบว่ามีความเคลื่อนไหวภายในห้องพักดังกล่าว และยังพบว่าหนึ่งในแก๊งคนร้ายขับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีขาวทะเบียน 5กฆ2491 กรุงเทพมหานคร เพื่อมาซื้อของ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้สะกดรอยติดตามและชาร์จจับกุมไว้ได้ที่ปากซอยสุขุมวิท 26 แล้วพาตัวมายังจุดเกิดเหตุ เข้าตรวจค้นจับกุมคนร้ายไว้ได้ทั้งหมด โดยพบนายวาตานาเบ้ ถูกมัดด้วยสายไฟอยู่บนเตียง สภาพถูกทรมานโดนตีด้วยไม้เบสบอลที่ขาซ้ายเป็นบาดแผล ขาขวาหัก และลำตัวช้ำ จึงส่งตัวไปรักษาตัวที่รพ.บำรุงราษฎร์อาการสาหัส

พล.ต.ท.สุธีร์ เปิดเผยว่า หลังจากรับแจ้ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตามจนพบว่า ผู้เสียหายถูกแก๊งกรรโชกทรัพย์ชาวญี่ปุ่นด้วยกันเองจับกุมตัวไปทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หากเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือช้าไปวันสองวันนายวาตานาเบ้ อาจจะเสียชีวิตแน่นอน เนื่องจากภายในห้องพักเจ้าหน้าที่ยังพบอุปกรณ์ทำลายชีวิตเช่น เลื่อย และถุงพลาสติกดำ ผ้ายางรองเตรียมพร้อมอำพรางศพ

สำหรับสาเหตุการกรรโชกทรัพย์นี้ อยู่ระหว่างการสอบสวน เบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุกับนายวาตานาเบ้ รู้จักกันมาก่อน และได้กรรโชกทรัพย์โยกย้ายเงินไปเป็นจำนวนมาก แต่ยังระบุตัวเลขไม่ได้ ส่วนจะมีผู้ต้องหามากกว่า 3 คนหรือไม่นั้น ต้องสอบสวนอีกครั้ง เบื้องต้นจะควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดส่งสน.ทองหล่อ ดำเนินคดีแจ้งข้อหาตามกฎหมายไทยต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการนำตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำที่สน.ทองหล่อ ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายคือ 1.นายมาซาโตะ โคบาริ 2.นายเรโอ ชูรุโซเอะ และ 3.นายคิโยโต มิยาดะ ทั้งหมดเป็นชาวญี่ปุ่น เบื้องต้นพบว่าสาเหตุเกิดจากก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยเป็นลูกจ้างของผู้เสียหายในบริษัทแล้วลักลอบลักทรัพย์ และมีการแจ้งความดำเนินคดี พร้อมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินกว่า 15 ล้านเยน จนมีการออกหมายจับกุม ในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ผู้ต้องหาเกิดความโกรธแค้น จึงได้มีการวางแผนจับตัวผู้เสียหายมากรรโชกทรัพย์ รวมทั้งต่อรองเรื่องคดีความอีกด้วย

 

ที่มา: khaosod

อุต๊ะ ! นท คาริสา ประกาศชัด มีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน รักนี้ไม่จำกัดด้วยเรื่องเพศ

เพจดังแอบสะดุด สัมพันธ์ 2 สาว "นท-คาริสา" ใช่รักหรือเปล่า?

   

           นท เดอะสตาร์ คาริสา สปริงเก็ตต์ เปิดตัวชัดผ่าน IG ยอมรับ รู้สึกดี ๆ ต่อกัน ชี้ความรักไม่ได้จำกัดแค่เรื่องเพศ แฟน ๆ ฟินสนั่น เกิดเป็นแท็ก #นทคาริสา ทำเอาโลกโซเชียลฮือฮา จนแท็ก #นทคาริสา ขึ้นอันดับ 1 ในไทยเทรนด์ในเวลาอันรวดเร็ว เรียกได้ว่าเป็นการเปิดตัวรับวาเลนไทน์เลยก็ว่าได้ เมื่อล่าสุด (13 กุมภาพันธ์ 2560) นักร้องสาวสุดแนว นท เดอะสตาร์ ได้โพสต์ข้อความ “People don’t become gay, lesbian or bisexual. People are just falling in love with other people. – Calum Hood #LoveWins” (ผู้คนไม่ได้เป็นเกย์ เลสเบี้ยน หรือไบเซ็กชวล พวกเขาแค่ตกหลุมใครสักคนเท่านั้นเอง) พร้อมแท็กหาสาว พลอย คาริสา นางแบบและนักแสดงสาวจาก The Face Thailand ซีซั่น 1 พร้อมแคปชั่น “because its almost v day”

          ขณะที่สาวคาริสา ก็ได้โพสต์ข้อความว่า “I don’t have a type. If I like you, I like you.” (ฉันไม่มีสเปคหรอก ถ้าฉันชอบคุณ ก็คือฉันชอบคุณ) พร้อมแท็กไปหาสาวนท ซึ่งทั้ง 2 สาว ก็มีคอมเมนต์หากันด้วยอีโมติค่อนน่ารัก ๆ ทำเอาแฟน ๆ ที่ได้เห็นต่างลุ้นว่าทั้งคู่พร้อมเปิดตัวเป็นคู่รักหญิง-หญิง ของวงการหรือเปล่า !?

          ทั้งนี้ คาริสา ได้ยอมรับกับ efmontvว่า รู้สึกดีกับ นท เดอะสตาร์ แต่ยังไม่ขอบอกความสัมพันธ์ที่ชัดเจน เขินเรื่องตอบข้อความใน IG พร้อมยืนยันว่าความรักไม่ได้จำกัดแค่เรื่องเพศจริง ๆ โดยเริ่มสนิทกันตอนอีกฝ่ายเลิกกับ พีช พชร ซึ่งตนคอยอยู่ข้าง ๆ ตลอด เรื่องอนาคตไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ให้คอยติดตามกัน

ที่มา:kapook

ประกาศพระนาม สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จารึกพระสุพรรณบัฏ

   

            ประกาศพระนามเต็ม สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จารึกพระสุพรรณบัฏ สมเด็จพระสังฆราช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง

อย่างไรก็ดี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ร.อ. ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ เป็นผู้แทนพระองค์ ในการพระราชพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ สมเด็จพระสังฆราช ดังนี้

    “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธำรง สกลมหาสังฆปริณายก ตรีปิฎกธราจารย อัมพราภิธานสังฆวิสุต ปาพจนุตตมสาสนโสภณ กิตตินิรมลคุรุฐานียบัณฑิต วชิราลงกรณนริศรปสันนาภิสิตประกาศ วิสารทนาถธรรมภูตาภิวุฒ ทศมินทรสมมุติปฐมคณาธิเบศร ปวิธเนตโยภาสวาสนวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิบูลสีลสมาจารวัตรวิปัสนสุนทร ชินวรมหามุนีวงศานุศิษฎ บวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช

ที่มา:kapook

ข่าวด่วน! ไฟไหม้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี จนท.อยู่ระหว่างควบคุมเพลิง

            เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 9 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. จึงประสานรถดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูงพบแสงเพลิงกำลังพวยพุ่งออกมาจากห้องบริเวณชั้นที่ 30 ของอาคาร ซึ่งสูงเกินกว่าที่รถกระเช้าจะเข้าไปถึง เจ้าหน้าที่จึงได้เดินขึ้นไปตวรจสอบยังห้องต้นเพลิงว่าไหม้จากห้องและชั้นใดกันแน่ อีกทั้งภายในตัวอาคารยังไม่มีการตัดกระแสไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อตรวจสอบ ความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ที่มา:khaosod

‘เป่าเปา’ออกงานครั้งแรก ค่าตัวแซงพ่อแม่ ‘กุ๊บกิ๊บ’ปล่อยผ่านดราม่า ‘บี้’บินอยู่ตปท.(คลิป)

         หลังจากถูกติดต่อให้พาลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน “น้องเป่าเปา” ออกงานอีเว้นต์มาหลายครั้ง ล่าสุดคู่สามีสุดแซ่บ “กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ และ บี้-ธรรศภาคย์ ชี” ยอมใจอ่อนพาลูกสาวออกงาน “โรแมนซ์ ออฟ เลิฟ 2017” ที่ เทอร์มินอล 21 อโศก งานนี้มีเหล่าแฟนคลับของ น้องเป่าเปา พร้อมป้ายไฟ แห่มาต้อนรับกันแน่นขนัด หลังจบงานทั้งคู่ได้เปิดใจถึงการการพาลูกสาวออกงานครั้งแรก ว่า กิ๊บ : หน้านิ่งตลอดทั้งงานเลยค่ะ ก็สนุกดีตอนแรกคิดในใจว่าจะงอแงไหม เพราะตอนนี้มันช่วงเย็นแล้วเผื่อบางทีนางจะง่วงนอน แต่โชคดีที่นางไม่งอแงมียิ้มบ้างประปรายเพื่อโปรยเสน่ห์ แต่ว่าไม่มีการพูดจาใดๆออกมา

ทำไมถึงเพิ่งรับอีเว้นต์ และทำไมต้องเป็นงานนี้
บี้ : ก่อนหน้านี้ยังเด็กไปเราเลยไม่อยากให้รับ และงานนี้เป็นงานทำบุญด้วยครับ เลยอยากให้ตัวเล็กได้บุญด้วย

มีงานติดต่อมาเยอะไหม กิ๊บ : เยอะมากตั้งแต่เป่าเปายังไม่ครบเดือนเลยค่ะ แต่รู้สึกว่าถ้าเขายังไม่โตมากพอมันก็เสี่ยง เพราะว่าคนเยอะและกลัวเขางอแงด้วย

พอเจอคนเยอะแล้วรู้สึกยังไงบ้าง บี้ : เพราะวันนี้เขาเจอคนเยอะเลยผิดปกตินิดนึง ปกติเขาจะเล่นกับเราได้เยอะกว่านี้ แต่ที่เขานิ่งๆคือเขาสังเกต อย่างสมมติเขาไปเมืองนอก ปกติเขาจะไม่ค่อยเห็นหมา พออยู่เมืองนอกเขาเห็นหมาเขาชอบมากเลยนะ แต่วันนี้เขาเห็นกล้องเขาไม่เคยเห็นกล้องใหญ่ขนาดนี้เขาก็มอง เขาเป็นเด็กที่ชอบคนเยอะๆ เขาเลยไม่งอแงไม่ตื่นคน เห็นไหมเสียงคนกรี๊ดเรียกนาง นางก็แฮปปี้

ถามจะพาลูกออกอีเว้นต์บ่อยไหม กิ๊บ : ไม่ค่ะ ไม่บ่อยเราจะเลือกเฉพาะงานที่เหมาะกับเป่าเปาหรืองานที่จำเป็นจริงๆถึงจะออก เพราะเรารู้สึกว่าลูกไม่ได้เป็นนักแสดงเหมือนเราเลยรู้สึกว่าเอาออกบ้างตามพอสมควรให้คนได้ชื่นชมความน่ารักของเขาบ้าง แต่คงไม่พาเดินสายอีเว้นต์เพราะเราสงสารเขามันไม่ใช่เรื่องของเขา

ได้ยินว่างานนี้ค่าตัวเป่าเปาแยกจากพ่อแม่ด้วย กิ๊บ : ต่างหากค่ะ ค่าตัวเจ๊เปาเยอะกว่าพ่อแม่อีกค่ะ ต้องเอาเข้าบัญชีนางเพราะเอาไว้เป็นค่าเทอมนาง ค่าตัวเป่าเปาถึง 7 หลักจริงไหม กิ๊บ : ใครจะจ่าย7หลัก ไม่หรอกแพ็กเกจครอบครัวก็สมควรตามเรตของกิ๊บของบี้และเป่าเปา จริงๆที่เราจะต้องเรียกประมาณนึงเพราะว่าเราต้องเอาเงินไปเลี้ยงป้าๆและญาติๆที่มากันเกือบ 30 คนน่าจะหมดแล้ว ไม่ถึง 7 หลักแน่นอนอันนี้ไม่ได้ตอบแบบดารานะแต่ไม่ถึงจริงๆ

มาครั้งแรกแบบนี้ครั้งที่สองจะมีอีกไหม บี้ : ก็ต้องดู มันต้องดูว่างานเป็นลักษณะแบบไหน

ตอนนี้พัฒนาการของเป่าเปาเป็นอย่างไรบ้าง กิ๊บ : พัฒนาการตอนนี้ถือว่าไว เพราะว่าเขาเป็นเด็กช่างสังเกต คือเขายังไม่ถึงกับคลานเก่งมากแต่จับมือแล้วเดินเลย เป่าเปาเป็นเด็กที่พูดตามพูดได้เยอะและเข้าใจที่เราสอนเยอะมาก ซึ่งเราก็ดีใจก็คิดว่ามันคงเป็นผลดีตอนที่เราท้องและเราอารมณ์ดี เราดูแลตัวเอง

คู่เราถือว่าผ่านดราม่าเรื่องการเลี้ยงลูกมาแล้วรู้สึกยังไงบ้าง บี้ : ลืมไปช่วงที่มีดราม่าแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างมันโอเคมีความสุขมาก กิ๊บ : จริงๆอย่าใช้คำว่าดราม่าดีกว่า กิ๊บว่าใช้คำว่าเป็นห่วงดีกว่า เพราะคนเขาก็รักเป่าเปาเหมือนลูกเหมือนหลาน บางคนเลี้ยงมุมมองไม่เหมือนกัน พอเขาเห็นเขาก็ติอย่างงั้นอย่างนู้น ซึ่งเราเป็นพ่อแม่เราต้องพิจารณาอยู่แล้วว่าอะไรดีที่สุดสำหรับลูกเรา แต่ถ้าคนเขาจะเป็นห่วงลูกเรา เราก็โอเคเพราะว่าคนเขารักเป่าเปาเราก็ต้องยอม

ติดใจดราม่าประเด็นอะไรมากสุด กิ๊บ : ไม่มีเลยเพราะพ่อเขาก็ยืนอยู่ข้างๆ และที่ญี่ปุ่นเราต้องรู้อยู่แล้วว่าความปลอดภัยมันต้องเต็มที่เพราะว่าถ้าไม่มีเขาก็ไม่ให้ยืน เพราะเด็กคนอื่นเขาก็ยืนดูกัน แต่มุมกล้องมันอาจจะหวาดเสียว กิ๊บเชื่อว่าไม่มีใครรักและดูแลเป่าเปาได้ดีเท่ากับแม่อยู่แล้ว ขนาดขึ้นเครื่องเขายังไม่มีเบลต์สำหรับเด็กเลยบางสายการบินเขาบอกอ้อมกอดแม่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด และพ่อแม่บี้ก็อยู่ทุกคนอยู่ ที่คนบอกว่าเดี๋ยวคนเยอะแล้วมาดันจะบอกว่าที่ญี่ปุ่นเขาไม่ได้ให้คนเข้าทีเยอะๆ เวลาดูอะไรเขาจะปล่อยทีละครอบครัว ซึ่งไม่มีใครอยู่ข้างหลังเรา และเราดูแลเขาเป็นอย่างดี

มีคนบอกดราม่าข้ามประเทศเลย กิ๊บ : เราไม่ได้สนใจด้วย และคิดว่าคนที่ดราม่าเขาเป็นห่วงเรา เราจะใส่ใจหรือไม่ใส่ใจ ถ้าใส่ใจดราม่าเราคงไม่ได้พาลูกออกไปข้างนอกและลูกคงไม่มีพัฒนาการที่เร็วแบบนี้ กิ๊บไม่เคยรู้ว่าพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกดีเป็นแบบไหน กิ๊บไม่ได้ตัดสินใครว่าถ้าเลี้ยงลูกไม่เหมือนเราคือพ่อแม่ที่ไม่ดี เรามีสไตล์กันคนละแบบ เราไม่รู้ว่าเราเลี้ยงเขาดีไหม แต่เราเลี้ยงเขาเท่าที่เราจะทำได้ดีที่สุดของเราแล้ว และกิ๊บก็เชื่อว่าบนโลกนี้ไม่มีใครรักและดูแลเป่าเปาดีเท่ากิ๊บกับบี้แน่นอน

ส่วนตัวกุ๊บกิ๊บจะออกมารับงานมากขึ้นเมื่อไหร่ กิ๊บ : จริงๆกิ๊บจะรอเป่าเปาเข้าโรงเรียนก่อน 3 ขวบถึงจะรับงานมากขึ้น กิ๊บรู้สึกว่าอยากสอนเขาด้วยตัวเองเห็นพัฒนาการของเขา ซึ่งตอนนี้ก็รับ แต่เราจะดูเวลาว่าอันไหนกินเรามากๆ เราก็ไม่เอา เราเลือกอะไรที่สำคัญกับเราที่สุด เวลากับลูกมันย้อนกลับมาไม่ได้

ได้ข่าวว่าบี้จะบินไปต่างประเทศ บี้ : ใช่ครับ น่าจะบินไปเดือนมีนาครับ สัญญาน่าจะเซ็นแล้วครับกับพวกบริษัท จะใช้เวลาการทำงาน 3-4 เดือนครับ อาจจะเอาครอบครัวไปด้วย แต่แรกๆอาจจะไปคนเดียวก่อน แต่อยู่ไปเรื่อยอาจจะลองดูก่อน เราไม่รู้ว่าอนาคตมันเป็นยังไง แต่ผมก็ยังอยากทำสิ่งที่ผมรักอยู่

ไปอยู่เลยหรือจะกลับมาบ้าง บี้ : อาจจะได้กลับมาบ้างแต่น้อย ตัดสินใจไม่นาน เพราะเราคุยกับกิ๊บไว้อยู่แล้วว่าต่อไปบี้อาจจะมีงานต่างประเทศที่แพลนไว้และเขาก็เข้าใจ เชื่อว่าผมจะแบ่งเวลางานและครอบครัวได้ดี

ที่มา: khaosod

ผู้จัดการส่วนตัว ชมพู่ อารยา คอนเฟิร์ม ซุปตาร์สาวตั้งท้อง 6 สัปดาห์แล้ว

          ม้า อรนภา คอนเฟิร์มในรายการ ข่าวใส่ไข่ ชมพู่ อารยา ตั้งท้องลูกคนแรกแล้ว ด้าน   หวานเจี๊ยบ เผยซุปตาร์สาวตั้งท้องได้ 6 สัปดาห์แล้ว  ทำเอาแฟนคลับกรี๊ดเฮกันลั่น เมื่อล่าสุด (6 กุมภาพันธ์ 2560) ม้า อรนภา ได้ออกมาเผยข่าวดีกลางรายการ ข่าวใส่ไข่ ว่าซุปตาร์สาว ชมพู่  อารยา ได้ตั้งท้องครรภ์ลูกคนแรกแล้ว ล่าสุด หวานเจี๊ยบ ผู้จัดการส่วนตัวของชมพู่ ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ชมพู่ กำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณ 6 สัปดาห์แล้ว และต้องดูแลตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมพร้อมกับการเป็นคุณแม่

น้ำส้ม โซมี่ สาวซิ่งบีเอ็มชน 9 คันรวด โพสต์ภาพสอบใบขับขี่

น้ำส้ม โซมี่ สาวซิ่งบีเอ็มชน 9 คันรวด โพสต์ภาพสอบใบขับขี่

          กรณีเน็ตไอดอลสาว “น้ำส้ม โซมี่” ก่อเหตุขับรถเก๋งบีเอ็มดับเบิ้ลยูพุ่งชนรถคันอื่นๆ พังเสียหาย 9 คัน บนถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแจ้ง 4 ข้อหาให้แก่ น้ำส้ม โซมี่ ได้แก่ ขับรถโดยประมาทเป็นทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ, ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่, ขับรถโดยไม่คำถึงความปลอดภัยของผู้อื่น และ ขับรถโดยมีสารเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ภายในร่างกายโดยผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ น้ำส้ม โซมี่ ให้การยอมรับสารภาพแค่เพียงข้อเดียวคือ ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ส่วนข้อหาอื่นๆ ยังให้การปฏิเสธและขอไปสู้คดีในชั้นศาลต่อไป ส่วนประเด็นที่ตรวจพบสารเสพติดภายในร่ายกายนั้น เจ้าตัวอ้างว่าได้ทานยารักษาอาการป่วยก่อนจะขับขี่รถ ทำให้มีสารเหล่านี้ตกค้างอยู่ในร่างกาย ล่าสุด น้ำส้ม โซมี่ ได้โพสต์ภาพขณะทำข้อสอบใบขับขี่ที่โรงเรียนสอนขับรถแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ประเภทรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว

ที่มา:sanook

เจอแล้วสมภารในคลิปซดเบียร์ สารภาพดื่มฉลองถูกหวย แต่โดนพระแอบถ่ายแบล๊กเมล์

           จากกรณีที่มีโซเชียลแชร์คลิปพระดื่มเบียร์ในวัดแห่งหนึ่งในอ.สังคม จ.หนองคาย โดยพระรูปหนึ่งกำลังนั่งดื่มเบียร์อยู่ภายในกุฏินั้น เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 3 ก.พ. นายยงเวทย์ ศรีจันทร์ทอง ปลัดอำเภอสังคมฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยนายอนุวรรัตน์ ชานัย กำนันตำบลบ้านม่วง, นายอาญา ถาไชยรา ผู้ใหญ่บ้านม่วง ได้นำเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งไปยังวัดแห่งหนึ่ง บ้านม่วง ต.บ้านม่วง อ.สังคม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

พบกับ พระเลิศ (นามสมมติ) อายุ 59 ปี เจ้าอาวาสอยู่ภายในกุฏิ จึงได้สอบถามถึงคลิปที่ปรากฏ พระเลิศชัยยอมรับว่า ตนเป็นบุคคลในคลิปจริงและยอมรับว่าดื่มเบียร์จริงพระเลิศกล่าวว่า ตนจำพรรษาที่วัดแห่งนี้นานกว่า 10 ปี เป็นเจ้าอาวาส และยังเป็นเจ้าคณะตำบลบ้านม่วงด้วย เมื่อช่วงเดือน พ.ย.2559 มีพระมหาวิชัย และพระวันดี ซึ่งมาจำพรรษาที่วัด อาสาสร้างศาลาหลังใหม่แทนหลังเดิมที่ถูกไฟไหม้ โดยเสนอให้ทางวัดจัดงานกฐินเพื่อหางบประมาณ ทางวัดจึงได้จัดงานกฐินได้เงินทำบุญมา 5 แสนกว่าบาท และเริ่มลงมือก่อสร้างศาลา “อยู่มาวันหนึ่ง พระมหาวิชัยและพระวันดีให้อาตมาไปหาที่กุฏิที่อยู่ใกล้กันช่วงฉันเพล ประมาณ 11.00 น. อ้างว่าถูกหวยจะเลี้ยงเนื้อกะทะ อาตมาจึงไป โดยพบว่ามีพระประมาณ 4-5 รูป กำลังนั่งดื่มเบียร์กันอยู่ แล้วชักชวนให้อาตมาดื่มด้วย

อาตมาจึงดื่มเบียร์ไป 2 กระป๋อง ไม่รู้ว่ามีการแอบถ่ายคลิปวีดีโอไว้ หลังจากนั้นไม่กี่วันพระวันดี ก็มาขอส่วนแบ่งเงินที่ได้จากกฐิน และข่มขู่ว่าถ้าไม่แบ่งเงินให้จะเอาคลิปที่ถ่ายไว้ไปเผยแพร่ แต่อาตมาก็ไม่ได้สนใจและไม่ได้ให้เงินไป ทั้งพระมหาวิชัยและพระวันดีก็ได้ย้ายไปอยู่วัดอื่น หลังจากมีการแพร่คลิปไปแล้วนั้น ทางพระชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดสอบถามมายังเจ้าคณะอำเภอ ตนจึงยอมรับว่าเป็นคนในคลิปจริงและขอรับผิดด้วยการยื่นใบลาออกจากการเป็นเจ้าคณะตำบล เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2559 ได้รับการอนุมัติลาออกเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2559 หลังจากนั้นเรื่องก็เงียบไป จนกระทั่งมาทราบว่ามีการเผยแพร่คลิปใหม่อีก

นายยงเวทย์ กล่าวว่า จะได้นำข้อเท็จจริงเหล่านี้ไปหารือกับเจ้าคณะอำเภอ และเจ้าหน้าที่ทางพระพุทธศาสนาว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร จะต้องรับผิดชอบถึงขั้นปาราชิกหรือไม่ ซึ่งประชาชนในหมู่บ้านเองแบ่งเป็นสองฝ่าย มีทั้งอยากขับไล่เพราะเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ส่วนผู้สนับสนุนก็บอกว่าเป็นพระที่พัฒนาวัด สร้างหลายอย่างให้กับวัดได้เจริญขึ้น ด้านนายอนุวรรัตน์ ชานัย กำนันตำบลบ้านม่วง ก็ได้กล่าวตำหนิพระเลิศว่าประพฤติตนไม่เหมาะสม พบเห็นว่าพระแอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กลับไม่ห้ามปราม ไม่ทักท้วง แต่กลับไปนั่งดื่มด้วย

ที่มา:khaosod

ด่วน!! บุกค้นบ้าน”เบนซ์”สามีนางเอก”แพท” โยงขบวนการไซซะนะ

               จากกรณีตำรวจปราบปรามยาเสพติดจู่โจมจับนายไซซะนะ แก้วพิมพา หนุ่มไฮโซชาวลาว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา โดยเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ คาสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนยึดทรัพย์สินได้ 74 รายการ รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท รายงานข่าวเปิดเผยว่าผู้ต้องหาให้ปากคำซัดทอดว่ามีบุคคลในวงการบันเทิง และไฮโซ และคนวงการรถซูเปอร์คาร์ เกี่ยวข้องในการดูแลทรัพย์สินของเครือข่ายยาเสพติดด้วย

เมื่อเข้ามืดวันที่ 2 ก.พ. ตำรวจปส. ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง นักแข่งรถ ซึ่งเป็นสามีของ “แพท ณปภา”ดาราสาวชื่อดัง ที่ย่านอินทรามระ 51 กทม เนื่องจากพบหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับไซซะนะ โดยการตรวจค้นไม่พบตัวนักแข่งรถ แต่พบหลักฐานสำคัญบางอย่าง คาดว่าจะมีการแถลงในเวลา 11.00 น.วันนี้ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้น พร้อมอายัดทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อสอบสวนขยายผลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งไซซะนะหรือไม่ ทั้งนี้ การตรวจค้นครั้งนี้ สืบเนื่อวมาจากการขยายผลสืบสวนการจับกุมเครือข่ายไซซะนะ ซึ่งมีการซัดทอดมาถึงดารา ไฮโซ คนวงการรถหรูในกรุงเทพ โดยมีการออกหมายค้นกว่า 40 หมาย

ที่มา:khaosod

หนุ่มนครปฐม ขายกุ้งตัวเดียวราคา 1 ล้าน หลังลูกค้าตื้อนาน 3 เดือน

หนุ่มนครปฐม ขายกุ้งตัวเดียวราคา 1 ล้าน หลังลูกค้าตื้อนาน 3 เดือน

       หนุ่มนครปฐมขายกุ้งตัวเดียว 1 ล้านบาท เผยลูกค้าตื้อนาน 3 เดือน ก่อนยอมขาย ด้านลูกค้าเผยคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม แค่ของแถมก็ขายต่อได้ตัวละ 2,500 วันที่ 31 มกราคม 2560 เวลา 13.00 น. นาย กนกภูมิ ศิริวัฒน์ อายุ 28 ปี 229 ม.11 ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐมเจ้าของฟาร์มบ้านป่าเครฟิชเพาะเลี้ยงกุ้ง ได้ขายกุ้งให้นายประธาน เลี่ยนพานิช อายุ 40 ปี 505/1.ม.1 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ในราคา 1 ล้านบาทนอกจากนี้ยังได้ของแถมแม่พันธุ์อีก 1 ตัว และลูกกุ้งสายพันธุ์เดียวกันอีกกว่า 300 ตัว ตอนนี้มีผู้นิยมเลี้ยงกุ้งโกสด่างกันเป็นจำนวนมาก

       โดยนาย กนกภูมิ เล่าว่า ตนเพาะเลี้ยงกุ้งด้วยตัวเองมาหลายปี ซึ่งมีลูกค้าเข้ามาซื้อทุกวัน มีการซื้อขายหลายช่องทางรวมทั้งเฟซบุ๊กด้วย โดยขายตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักแสน แต่มีตัวนี้ที่แปลกกว่าทุกตัวเพราะมีสีสันไม่เหมือนกับตัวอื่นจึงเป็นที่สนใจของผู้ทีนิยมเลี้ยงกุ้งสายพันธุ์นี้ จึงมีคนมาขอซื้อกันหลายคนแล้ว สำหรับนายประธาน ที่เป็นผู้ซื้อนั้น ได้คุยติดต่อกันมา 3 เดือนแล้วจึงยอมขายให้ อย่างไรก็ตามตนก็เสียดายอยู่เหมือนกัน เพราะกุ้งตัวดังกล่าวเป็นพ่อพันธุ์ แต่ก็ไม่เป็นไรก็พาพ่อพันธุ์ใหม่ได้

 

หนุ่มนครปฐม ขายกุ้งตัวเดียวราคา 1 ล้าน หลังลูกค้าตื้อนาน 3 เดือน

       ด้านนายประธาน ระบุว่า การซื้อกุ้งตัวละ 1 ล้านบาทนั้นคุ้มค่า เพราะหายาก และได้ของแถมอีกก็ยิ่งคุ้ม ของแถมมี 300 ตัว หากขายต่อก็ขายได้ตัวละ 2,500 บาท

หนุ่มนครปฐม ขายกุ้งตัวเดียวราคา 1 ล้าน หลังลูกค้าตื้อนาน 3 เดือน

หนุ่มนครปฐม ขายกุ้งตัวเดียวราคา 1 ล้าน หลังลูกค้าตื้อนาน 3 เดือน

หนุ่มนครปฐม ขายกุ้งตัวเดียวราคา 1 ล้าน หลังลูกค้าตื้อนาน 3 เดือน

หนุ่มนครปฐม ขายกุ้งตัวเดียวราคา 1 ล้าน หลังลูกค้าตื้อนาน 3 เดือน

ที่มา:kapook