‘เทพ โพธิ์งาม’เลี้ยงครอบครัว เมีย3-ลูก5 ต้องเช่าบ้านอยู่-ช่วยกันใช้หนี้ มีบ้างยืมเงินน้อง

 

 

เคยผ่านจุดวิกฤตมากสุดในชีวิต จนล่าสุด เทพ โพธิ์งาม ผันตัวไปขายขนมเปี๊ยะ เจ้าตัวเผยว่า เพราะถึงจุดหนึ่ง วัยหนึ่งแก่แล้ว เราก็ไม่อยากไปเป็นตลกปัญญาอ่อน เล่นอะไรก็ไม่รู้ วันนี้ก็ยังมีหนี้อยู่ แต่ยังดีมีเงินมาหมุนทุกวัน จากการทำขนมขาย เพราะเราก็อายที่จะต้องไปหยิบยืมใคร ก็มีบ้างไปยืมไอ้น้อย (น้อย โพธิ์งาม น้องสาว) ตอนนี้อะไรตัดได้เราก็ตัดไป บ้านก็ขายไป ไปเช่าบ้านเค้าอยู่ เดือนละ 2 หมื่น ก็อยู่กันทั้งบ้าน ลูกๆ ก็ดีคอยช่วยเหลือกัน ลูกสาว (ท๊อฟฟี่) ตอนนี้ให้ไปเรียนบริหาร ว่างๆ ก็มาช่วยขายขนม อยากให้ลูกได้ประสบการณ์ ให้กล้า ทำธุรกิจ ไม่อยากให้ลูกมาตามป๋า ไม่อยากให้ยุ่งในวงการ

เมื่อถามว่าป๋าคิดว่าตัวเองทำให้ครอบครัวลำบากหรือเปล่า ป๋าเทพบอกว่า ป๋าเลี้ยงลูกมา 5 คน เลี้ยง 3 ครอบครัว เมีย 3 คน ถึงจะมีแฟนใหม่ เราก็เลี้ยงครอบครัวมาได้ตลอด ทุกวันขาดเหลืออะไรเราก็ช่วยกันอยู่ทั้งนั้น ครอบครัวก็ช่วยกันใช้หนี้ อายุเท่านี้แล้ว เหนื่อยแต่ก็หยุดไม่ได้

ป๋าไม่อยากให้ลูกอยู่วงการบันเทิงเหมือนป๋า อยากให้ไปเป็นนักธุรกิจทำอะไรแบบนั้น อยากให้ฉีกจากป๋าไปเลย ไม่ใช่เล่นตลก เล่นอยู่คนเดียว เลี้ยงคนอื่น อยากให้ทำธุรกิจ แล้วคนในครอบครัวช่วยกันได้

เมื่อถามว่าจะกลับเข้าวงการบันเทิงมั้ย ป๋าเทพ บอกว่า ไม่มีหรอก ที่บอกจะหวนกลับ ทุเรศแล้ว ฟังแล้วคลื่นไส้ เอาเป็นว่ามีโอกาสก็มา ไม่มีโอกาสก็ขายของไป อยากให้มาก็เรียกแล้วกัน บางคนก็หาหยิ่งจองหอง คุณไม่รู้ รายละเอียดชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางทีเราวิ่งจากจันทบุรีกลับมาบ้านเกือบสว่าง ไปขายขนม เราไม่ไหว หรือรายการที่เราจะไปเล่น เหมาะสมกับตัวเรามั้ย สมกับอายุเรามั้ย ทั้งที่เงินอยากได้มาก แต่เราก็ต้องดูเหมือนกัน

สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

ที่มา : khaosod

คารามายด์ VS ชีแจ็ค ถ่ายแบบคู่กัน ความมันส์..จึงบังเกิด

คารามายด์ VS ชีแจ็ค

 

เปิดภาพ ใบเฟิร์น อัญชสา VS อัค อัครัฐ ถ่ายแบบคู่ ในลุค 2 ตัวร้ายแห่งเสน่หาไดอารี่ มีความแซ่บ เผ็ด เด็ดจริง ๆ เป็น 2 ตัวร้ายสุดแซ่บ เผ็ดแบบพริก 100 เม็ด !! จากซีรีส์ชุด เสน่หาไดอารี่ ทางช่อง ONE ที่ทำเอาผู้ชมหมั่นไส้กันทั่วบ้านทั่วเมือง สำหรับ มายด์ หรือ “คารามายด์” แห่ง กับดักเสน่หา ที่รับบทโดยสาว ใบเฟิร์น อัญชสา และ แจ็ค หรือ “ชีแจ็ค” แห่ง บ่วงเสน่หา ที่รับบทโดยหนุ่ม อัค อัครัฐ

        ล่าสุดทาง “ONE FASHION” เลยจับ คารามายด์ VS ชีแจ็ค มาถ่ายแบบประชันความฮอตคู่กันแบบสุดพิเศษ ที่ทำเอาผู้ชมเลือกแทบไม่ถูกเลยว่า จะเชียร์หรือเกลียดใครมากกว่ากัน  ว่าแล้วก็ตามไปชมความเผ็ดของทั้งคู่แบบชัด ๆ กันเลยดีกว่า !! สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

คารามายด์ VS ชีแจ็ค

 

คารามายด์ VS ชีแจ็ค

คารามายด์ VS ชีแจ็ค

คารามายด์ VS ชีแจ็ค

คารามายด์ VS ชีแจ็ค

คารามายด์ VS ชีแจ็ค

คารามายด์ VS ชีแจ็ค

คารามายด์ VS ชีแจ็ค

ที่มา : kapook

บุกชาร์จจับแก๊งอุ้มนักธุรกิจยุ่นเรียกค่าไถ่ จับขังทรมาน เจอเลื่อย-ถุงดำ เตรียมอำพรางศพ!

 

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. พล.ต.ท.สุธีร์ เนรกัณฐี รองผบช.น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท. พร้อมชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว บก.สปพกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.5 สน.ทองหล่อ และ บก.ทท. สนธิกำลังเข้าช่วยเหลือ นายวาตานาเบ้ ซินามิ นักธุรกิจเกี่ยวกับบริษัท เครื่องมือการแพทย์ ซึ่งถูกคนร้ายชาวญี่ปุ่น 3 คนด้วยกันจับตัวมาเรียกกรรโชกทรัพย์ จากย่านแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา จากนั้นพามากักขังไว้ที่ภายในห้องพักเลขที่ 719 ชั้น7 ของอพาร์ทเม้นต์ ภายในซอยเอกมัย 23 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา ภรรยาและเพื่อนของนายวาตานาเบ้แจ้งว่า ไม่สามารถติดต่อนายวาตานาเบ้ได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา เกรงว่าจะได้รับอันตราย โดยเชื่อว่านายวาตานาเบ้ถูกเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่เป็นผู้รับเหมานำตัวไป โดยกลุ่มคนร้ายชาวญี่ปุ่นที่อุ้มไปได้ติดต่อมาที่ภรรยาชาวไทยว่าไม่ต้องตามหาสามีทำให้รู้สึกว่าผิดปกติจึงเข้าขอความช่วยเหลือจากตำรวจไทย โดยแจ้งผ่านตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 พร้อมกับแจ้งความไว้ที่สน.ทองหล่อ

หลังทราบเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่หาข่าว จนกระทั่งพบว่ามีความเคลื่อนไหวภายในห้องพักดังกล่าว และยังพบว่าหนึ่งในแก๊งคนร้ายขับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีขาวทะเบียน 5กฆ2491 กรุงเทพมหานคร เพื่อมาซื้อของ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้สะกดรอยติดตามและชาร์จจับกุมไว้ได้ที่ปากซอยสุขุมวิท 26 แล้วพาตัวมายังจุดเกิดเหตุ เข้าตรวจค้นจับกุมคนร้ายไว้ได้ทั้งหมด โดยพบนายวาตานาเบ้ ถูกมัดด้วยสายไฟอยู่บนเตียง สภาพถูกทรมานโดนตีด้วยไม้เบสบอลที่ขาซ้ายเป็นบาดแผล ขาขวาหัก และลำตัวช้ำ จึงส่งตัวไปรักษาตัวที่รพ.บำรุงราษฎร์อาการสาหัส

พล.ต.ท.สุธีร์ เปิดเผยว่า หลังจากรับแจ้ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตามจนพบว่า ผู้เสียหายถูกแก๊งกรรโชกทรัพย์ชาวญี่ปุ่นด้วยกันเองจับกุมตัวไปทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หากเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือช้าไปวันสองวันนายวาตานาเบ้ อาจจะเสียชีวิตแน่นอน เนื่องจากภายในห้องพักเจ้าหน้าที่ยังพบอุปกรณ์ทำลายชีวิตเช่น เลื่อย และถุงพลาสติกดำ ผ้ายางรองเตรียมพร้อมอำพรางศพ

สำหรับสาเหตุการกรรโชกทรัพย์นี้ อยู่ระหว่างการสอบสวน เบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุกับนายวาตานาเบ้ รู้จักกันมาก่อน และได้กรรโชกทรัพย์โยกย้ายเงินไปเป็นจำนวนมาก แต่ยังระบุตัวเลขไม่ได้ ส่วนจะมีผู้ต้องหามากกว่า 3 คนหรือไม่นั้น ต้องสอบสวนอีกครั้ง เบื้องต้นจะควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดส่งสน.ทองหล่อ ดำเนินคดีแจ้งข้อหาตามกฎหมายไทยต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการนำตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำที่สน.ทองหล่อ ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายคือ 1.นายมาซาโตะ โคบาริ 2.นายเรโอ ชูรุโซเอะ และ 3.นายคิโยโต มิยาดะ ทั้งหมดเป็นชาวญี่ปุ่น เบื้องต้นพบว่าสาเหตุเกิดจากก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยเป็นลูกจ้างของผู้เสียหายในบริษัทแล้วลักลอบลักทรัพย์ และมีการแจ้งความดำเนินคดี พร้อมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินกว่า 15 ล้านเยน จนมีการออกหมายจับกุม ในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ผู้ต้องหาเกิดความโกรธแค้น จึงได้มีการวางแผนจับตัวผู้เสียหายมากรรโชกทรัพย์ รวมทั้งต่อรองเรื่องคดีความอีกด้วย

 

ที่มา: khaosod

หมับเข้าให้ ! ลูกชายจอมกวนอัดคลิปแกล้งพ่อแม่ แต่งานนี้พ่อขำไม่ออก

        ฮากลิ้ง คลิปลูกชายจอมกวนตั้งกล้องอัดคลิปแกล้งพ่อแม่ แต่งานนี้พ่อขำไม่ออก แถมจุกด้วย เพราะโดนหมับเข้าให้อย่างจัง เป็นคลิปที่กำลังแชร์ว่อนขำกลิ้งกันทั้งโซเชียลในขณะนี้ (26 มกราคม 2560) สำหรับคลิปหนูน้อยจอมแก่นตั้งกล้องแกล้งคุณพ่อคุณแม่ โดยโยนระเบิดใส่พ่อด้วยการพูดกับแม่ว่า “มามี๊ ตอนไปเที่ยวงานวันเด็กกับปาป๊า แม่ใหม่โครตใจดีเลย ตามใจทุกอย่าง” หลังพูดจบปุ๊บ แม่ถึงกับหันไปยันโครมใส่พ่อเต็มเปา ส่วนเจ้าตัวดีหันมายิ้มใส่กล้องใหญ่เลย
โถ !! หมับเข้าเต็มเท้าขนาดนี้ ไม่รู้ว่าป่านนี้คุณพ่อจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่ที่แน่ ๆ งานนี้คงมีเคลียร์กันยาว แต่แหม..เขาว่าเด็กซนเป็นเด็กฉลาดนะคะ อิอิ

 

สุดสงสาร! สาวสกลฐานะยากจนป่วยแก้มบวมจากพิษมะเร็ง วอนหมอฝีมือดีช่วยรักษา

สุดสงสาร! สาวสกลฐานะยากจนป่วยแก้มบวมจากพิษมะเร็ง วอนหมอฝีมือดีช่วยรักษา

         จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jenie Yoo ได้โพสต์ภาพของตนเองลักษณะ ใบหน้าบวงเป่ง บิดเบี้ยว ตั้งแต่ดวงตาลงมาจนถึงแก้ม พร้อมระบุว่า เป็นสาเหตุมาจากอาการป่วย หากไปสมัครงานจะมีใครรับเข้าทำงานหรือไม่ หลายๆ คนเมื่อเห็นโพสต์ดังกล่าว จึงเข้าไปแสดงความเห็นในลักษณะติดตลกว่าเป็นการ ตกแต่งด้วยแอพพลิเคชั่น ขึ้นมาล้อเล่นเท่านั้นแต่ส่วนมากเมื่อเข้าถึงการโพสต์ภาพต่างๆของเจ้าผู้ใช้เฟซบุ๊ก ก็ต้องพบว่าเธอป่วยจริงๆจนทำให้ใบหน้าผิดปกติ

ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบสภาพใบหน้าก่อนหลัง หญิงสาวคนดังกล่าวเป็นคนหน้าตาดี เธอเล่าว่า เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 ที่ประเทศเกาหลี หลังรับประทานอาหารเสร็จ ก็มีอาการปวดฟันหน้า แฟนจึงพาไปหาหมอ ตรวจพบมีก้อนเนื้อที่บริเวณแก้มด้านขวาซึ่งเป็นเนื้อร้ายของโรคมะเร็ง เธอตกใจมากจึงตัดสินใจรีบกลับมารักษาอาการที่เมืองไทยเนื่องจากที่ประเทศเกาหลี มีค่าใช้จ่ายสูง

และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมาถึงเมืองไทยแพทย์ได้ตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง พบว่ามีกระดูกงอกชนิดร้ายแรงที่โหนกแก้มด้านขวาจมูก เป็นมะเร็งกระดูก หรือโรคออสตีโอซาร์โคม่า วิธีการคือต้องผ่าตัดแต่ต้องนำดวงตาออกด้วย เธอจึงตัดสินใจในเรื่องผ่าตัดไม่ได้ จึงขอรักการรักษาด้วยคีโมก่อนและกลับมารักษาอาการด้วยยาสมุนไพรที่บ้าน

ล่าสุด วันที่ 14 ธ.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 84 ม.5 บ.จำปา ต.หนองลาด อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร  เพื่อพบ น.ส.รัตนาภรณ์ กัลยาไสย หรือ เจนี่ อายุ 28 ปี อาศัยอยู่กับพ่อ นายปรีดา กัลยาไสย และแม่ นางแพงพันธ์ กัลยาไสย มีอาชีพกรีดยางรายได้เพียงวันละ 200 บาท

สอบถามเบื้องต้น น.ส.รัตนาภรณ์ เล่าว่า ตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้น ตนมีบุตร 1 คน อายุ 11 ปี โดยก่อนหน้านี้ตนใช้ชีวิตอยู่กับแฟนหนุ่มที่ประเทศเกาหลี ทำงานส่งเงินมาเลี้ยงดูพ่อแม่ที่ยากจน และสร้างบ้านของตนเอง หวังกลับมาอยู่ในเมืองไทยในอนาคต

แต่ปรากฏว่าต้องล้มป่วยลงก่อน ทำให้บ้านที่สร้างไม่แล้วเสร็จ ไม่มีคนหาเลี้ยงพ่อแม่ จึงตัดสินใจโฟสต์เฟซบุ๊ก เล่าเรื่องราวอาการป่วยเพียงหวังเตือนให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากไม่รู้ว่าคนเราจะป่วยเมื่อไหร่ แต่หากเกิดขึ้นแล้วก็ต้องต่อสู้และยอมรับ

ซึ่งตนทรมานมากจากอาการปวดแสบปวดร้อนจากโรค ลักษณะเหมือนเอามือลนไฟเวลามีอาการป่วย ทุกเดือนตนต้องฉายคีโมที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เดือนละ 2 ครั้ง มีค่าใช้ครั้งละประมาณ 5,000 บาท 1 เดือนต้องมีค่าใช้จ่าย 10,000 บาท แต่ครอบครัวอยากจน รู้สึกสงสารพ่อแม่ ที่ต้องกรีดยางหาเงินเลี้ยงครอบครัวและดูแลตน บางครั้งต้องหยิบยืมชาวบ้านหากเงินไม่พอไปหาหมอ

ตนก็ไม่อยากนิ่งดูดายร่างกายตอนนี้ก็ไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ ดวงตาซ้ายมีอาการพร่ามัวแล้ว แต่ก็ยังไหว จึงเป็นอีกเหตุผลที่โพสต์ลงเฟซบุ๊ก เพื่อหาชองทางให้ตัวเอง มีใครอยากให้ทำงานไหมหากหน้าตาแบบนี้ อะไรก็ได้ขอทำหมด ที่สำคัญแม่ของตนต้องมาล้มป่วยพร้อมกับตนต้องฟอกไต และมีค่าใช้จ่ายมากเช่นกัน บางทีแอบสงสัยว่า เหตุใดเธอและแม่ต้องล้มป่วยพร้อมกันซึ่งไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย

ส่วนประเด็นข้อสงสัยว่าแฟนตนเองที่เกาหลีทำไมไม่มาดูแล ตนติดต่อกันอยู่แต่แฟนของตนต้องดูแลแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งที่ประเทศเกาหลีเหมือนกัน เพราะเป็นลูกชายคนเดียว ถามว่ารู้สึกท้อไหม ก็ท้อบ้างแต่เราจะไม่อ่อนแอ เราต้องสู้หวังว่าจะหาย ต้องผ่าตัดแต่การผ่าตัดมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ตนคงไม่มีปัญญาอย่างแน่นอน และไม่ทราบว่าจะมีหมอที่ไหนเก่งๆ สามารถผ่าตัดแบบไม่ให้เอาดวงตาออกได้หรือไม่ ตนได้แต่หวังว่าจะมีผู้ใจบุญมาช่วยรักษาตน เพราะตนอยากเลี้ยงดูพ่อแม่เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจในเฟซบุ๊กและหาวิธีรักษามาบอกกัน ขอบคุณทุกคนที่มีน้ำใจช่วยค่ารักษาเข้ามาคนละนิดคนละหน่อย และหลายๆ คนแนะนำวิธีทำงานออนไลน์เข้ามา เพื่อหารายได้

ตนอยากฝากทุกคนไว้ว่าควรรักษาสุขภาพ ควรออกกำลังกาย ทำงานแต่พอดีไม่โหมมาก โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินก็สำคัญ เพียงเท่านี้เราก็จะห่างจากโรคมะเร็งแล้ว สำหรับผู้มีน้ำใจอยากช่วยเหลือเจนี่ได้ทาง ธ.กสิกรไทย 005-8-81325-7 ชื่อบัญชี นส.รัตนาภรณ์ กัลยาไสย สาขาสุขุมวิท11

ที่มา:sanook

กานต์ วิภากร ประกาศทวงรถเก๋งคืน โชว์ใบไปแจ้งความมา

กานต์ วิภากร ประกาศทวงรถเก๋งคืน โชว์ใบไปแจ้งความมา

   

   นึกว่าเรื่องราวน่าจะจบลงไปด้วยดี เพราะความสัมพันธ์ที่ต้องเดินหน้าต่อไปของแต่ละฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะล่าสุด “กานต์ วิภากร” ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหว หลังจากที่ปล่อยให้อดีตสามี “เสก โลโซ” ได้ประกาศคบหากับสาวคนใหม่ ดาราช่อง 7 สี “แซนวิช ปภาดา” หวานชื่นกันได้ไม่กี่วัน…ก็เจอสกัดขาอีกรอบ เพราะล่าสุด สาวกานต์ ได้เคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Wiphakorn Sookpimay พร้อมกับโชว์ใบลงบันทึกประจำวันที่ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาไว้เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมกับโพสต์ประกาศให้เอารถเก๋งมาคืนและยังแนบเรื่องแซ่บๆ ทิ้งท้ายเอาไว้ด้วย

“ก็ไม่รู้สินะ จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องของเรา แค่อยากบอกผ่านโซเชียลฯ ว่า เอารถเล็กซัสมาคืนเจ้าของเขาเถอะ แม่ดาราคนดัง..ชาติตระกูลดี แหม..ผัวคนหนึ่งก็อายุไล่เลี่ยกัน คบกันมาประมาณ 2 ปี ก็เพิ่งมาเลิกไปเมื่อ 2-3 วันก่อนจะถึงวันลอยกระทง”

“ผัวคนนี้ก็เพิ่งให้ยืมรถเก๋งไปใช้เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ผัวคนล่าสุดที่ไปเก็บที่นอนให้เนี่ย นางบอกคบกัน 6 เดือน แต่เจ้าตัวพ่อเทพบุตรบอก คบกันเดือนกว่าๆ ขอแนะนำให้พ่อเทพบุตรรีบๆ ซื้อรถให้น้องเขาด้วยค่ะ เพราะผัวเก่าคนที่เท่าไหร่ไม่รู้ ทวงแล้วทวงอีก”

“เอิ่ม..ชาติตระกูลดีจริงๆ เนาะ มีผัวเยอะดีจัง ลำพังแค่ทำงานบังหน้าคงไม่พอกิน ชอบอาชีพเสริมเงินดีกว่าเยอะ คุณผู้จัดการฯ หายไปไหนคะ ออกตัวกันแรงจังเลย เสียชื่อช่อหลากสีจริงๆ เห้อ..สงสัยผัวทุกคนคงต้องประทับใจเพราะนางเก็บที่นอนเป็นเลิศ ลีลาดี นับถือเลยค่ะ”

อย่างไรก็ตาม หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก พร้อมกับโพสต์ให้กำลังฝ่ายสาวกานต์ ขอให้กรณีดังกล่าวคลี่คลายได้โดยเร็ว ไม่ยืดเยื้อเป็นประเด็นดราม่าขึ้นมาอีกระลอก

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กานต์ วิภากร

ที่มา:sanook

“ซัน” รับ “ต้นหอม” คือผู้หญิงสนิทที่สุด รอพร้อมเรียกแฟน

"ซัน" รับ "ต้นหอม" คือผู้หญิงสนิทที่สุด รอพร้อมเรียกแฟน

          หนุ่มหล่อตี๋ขวัญใจสาวๆ อย่าง ซัน ประชากร ล่าสุดถามถึงสถานะความสัมพันธ์กับ ต้นหอม ศกุนตลา ที่ดูเหมือนว่าจะสนิทกันมากขึ้นว่า เลื่อนสถานะเป็นแฟนได้หรือยัง ทางด้านหนุ่มซัน ก็ตอบพร้อมอมยิ้มว่า เป็นสาวที่สนิทที่สุด ณ ตอนนี้จ้า

ซัน เปิดเผยสถานะ ต้นหอม ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนไป บอกยังไม่ทันได้เดินหน้าจีบก็มีข่าวเศร้าการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เสียก่อน ก็เลยได้จูงมือกันไปทำความดีที่ท้องสนามหลวง ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นแฟน แต่ตอนนี้ก็ยอมรับว่าสนิทขึ้นเรื่อยๆ เพราะเจอกันบ่อยขึ้น เป็นพี่น้องที่สนิทกันมาก และเป็นผู้หญิงที่สนิทที่สุดแค่คนเดียว ลั่นฝ่ายสาวเป็นคนดี คนตลก ส่วนตัวก็ชอบคนแบบนี้อยู่แล้วด้วย

ยอมรับว่ามีคิดเหมือนกันและคิดต่างกันบ้าง แต่ก็พยายามคุยกันถึงเรื่องที่คิดต่าง เผยต่อว่าถ้าเป็นแฟนกันจะมีช่องว่างที่แคบลง ตอนนี้เป็นพี่น้องที่สนิทกันอยู่ ก็เลยมีระยะห่างของเรื่องเวลาอยู่ เจ้าตัวเลยไม่แน่ใจว่า หากเป็นแฟนกันช่องว่างตรงนี้จะหายไปไหม ตอนนี้ก็พยายามทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด ตอนนี้ยังไม่กล้าตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเวลาดีกว่า

 

ทั้งนี้ เจ้าตัวบอกเพิ่มเติมว่าไม่เกินปีหน้าจะได้เห็นรูปในอินสตาแกรมแน่นอน ถ้าหากเห็นรูปคู่ก็พร้อมที่จะใช้สถานะแฟน ตอนนี้ก็ยังไม่มีถ่ายไว้ (หัวเราะ) ถ้าได้เป็นแฟนต้องถ่ายลงแน่นอน เรื่องการมองท่าทีของฝ่ายสาวบอกดูไม่ค่อยออก เพราะทางนั้นมองยาก จริงๆ แล้วก็คุยกันทุกเรื่อง ส่วนตัวก็คิดว่าฝ่ายสาวน่าจะเปิดใจเหมือนกัน

ตอนนี้ ทั้งคู่ก็กลัวการผิดหวังเหมือนๆ กัน ดังนั้นต้องใช้เวลาในการศึกษาดูใจกันไป เพราะเชื่อว่าแรกๆ อะไรก็ดี แต่พอช่วงโปรโมชั่นหมดก็อย่างที่ทราบ ดังนั้นตอนนี้ก็ขอดูกันยาวๆ รับตอนนี้ความสัมพันธ์มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเจอกันทุกวัน เพราะได้เรียนภาษาอังกฤษด้วยกัน และไปสนามหลวงด้วยกัน ช่วงไปเที่ยวที่ผ่านก็แฮปปี้ดี ที่ไม่ลงรูปคู่เลย เพราะมองว่าช่วงเวลามันยังไม่สมควร เพราะคนไทยเพิ่งสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ อยากให้ช่วงนี้ผ่านไปก่อน

ซัน ประชากร

ซัน ประชากร

ซัน ประชากร

ซัน ประชากร

ซัน ประชากร

ที่มา:sanook

โอ้โห!!! 5 ซุป’ตาร์ ผุดวลีเด็ด…คำฮิต ติดปากทั้งวงการ

โอ้โห!!! 5 ซุป'ตาร์ ผุดวลีเด็ด...คำฮิต ติดปากทั้งวงการ

         เทคนิคการตอบคำถามหรือคำพูดแซ่บๆ ของเหล่าซุป’ตาร์ยุคนี้ เรียกได้ว่ามีให้เห็นกันเยอะมาก ยิ่งประโยคไหนแปลก ประโยคไหนโดน เป็นต้องถูกหยิบมาพูดถึงอย่างแพร่หลายในโลกโซเชียลฯ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีซุป’ตาร์อยู่หลายคนที่เคยสร้าง “วลีเด็ด…คำฮิต” จนติดปากคนไทยมาแล้วนับไม่ถ้วน และวันนี้ทีมข่าว ได้ยกตัวอย่าง 5 คนดังเจ้าของคำพูดสุดฮิตมาให้แฟนๆ ได้ร้อง โอ้โห….! จะมีใครบ้างนั้นไปดูกันได้เลยดีกว่า…

ปันปัน สุทัตตา

ถึงรุ่นเล็กแต่ระดับความเผ็ดเท่ากับพริกทั้งสวน สำหรับนางเอกสาวขวัญใจวัยทีน “ปันปัน สุทัตตา” ที่นอกจากจะเคยสร้างวลีสุดฮิตกับทริปแด๊นซ์ในขบวนรถไฟใต้ดินที่ประเทศญี่ปุ่น ด้วยคำว่า “ดึงสติ” แล้วนั้น ล่าสุดเจ้าตัวก็ยังปรี๊ดข้ามรุ่นฉะนักร้องรุ่นพี่ “น้ำชา ชีรณัฐ” เป็น “**เสียงสูง” จนกลายเป็นเรื่องราวดราม่าใหญ่โต และถึงแม้เรื่องราวจะจบลงไปนานแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่คนไม่ลืมก็คือคำว่า “**เสียงสูง” ที่สาวปันปันได้ฝากไว้นั้นเอง

ชมพู่ อารยา

เป็นถึงซุป’ตาร์ตัวท็อปของวงการจะไร้ซึ่งวลีฮิตก็คงไม่ได้ สำหรับ “ชมพู่ อารยา” เพราะลีลาการตอบคำถามดราม่าของเธอแต่ละครั้ง เรียกได้ว่ามีลูกเล่นลูกชนอยู่ตลอด โดยเฉพาะคำว่า “ข้ามค่ะ” ซึ่งสาวชมพู่เธอมักจะหยิบมาใช้ในเวลาที่ไม่อยากตอบคำถามเกี่ยวกับคนอื่น แถมล่าสุดเจ้าตัวยังเนรมิตคำฮิต “ลอยตัวเหนือดราม่า” ออกมาให้คนในวงการได้ใช้กัน ทุกคำที่ออกมาจากปากของสาวชมถือได้ว่าแซ่บสมสเตตัสตัวแม่จริงๆ ค่ะ

แพนเค้ก เขมนิจ

 

ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ สำหรับนางเอกสาวสายบุญ “แพนเค้ก เขมนิจ” เพราะเจ้าตัวได้ขุดวลีฮิต ประโยคเด็ด จนติดปากคนไทยมาแล้วอย่างคำว่า “เรื่องราวดีๆ” ซึ่งคำว่า ‘เรื่องราวดีๆ’ ในที่นี้ สาวแพนก็มักจะหมายถึงเรื่องราวความรักของเธอกับหวานใจในเครื่องแบบ “สารวัตรหมี” ที่คบหาดูใจกันมานานหลายปี แต่พอถูกถามถึงเรื่องอนาคต เธอก็มักจะหยิบคำนี้ขึ้นมาตอบอยู่เสมอว่า “ปล่อยให้เป็นเรื่องราวดีๆ ดีกว่าค่ะ” ได้ยินทีไรก็ได้แต่ลุ้นว่าเอ๊ะ!! เมื่อไหร่จะมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นสักทีล่ะจ๊ะสาวแพน

ลูกเกด เมทินี

แม่ก็คือแม่ “ลูกเกด เมทินี” ก็คือแม่!!! กลายเป็นไอดอลของสาวแท้สาวเทียมในยุคนี้ไปเสียแล้ว หลังจากที่ปลุกกระแสความฮอตให้กับตัวเองด้วยการเป็นเมนเทอร์ในรายการเฟ้นหานางแบบ เจ้าตัวก็มักจะสร้างจุดขายให้กับตัวเอง ด้วยการพูดวลีฮิตแบบไม่ตั้งใจจนกลายเป็นคำพูดติดปากแฟนๆ ทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นคำว่า “ดูไม่แพง”, “พี่ไม่ได้มาเล่นๆ” หรือ “ช็อตนี้*ตายว่ะ” แต่ที่ฮิตติดปากที่สุดคงหนีไม่พ้นคำว่า “สตรอง!” เพราะเทคนิคการออกเสียงของขุ่นแม่มันแซ่บโดนจริตจริงๆ ค่ะคุณ

น็อต อัครณัฐ

หนุ่มหล่อคนเดียวที่ติดเข้ามาในโผล “น็อต อัครณัฐ” กับคลิปวิดีโอระเบิดอารมณ์บนท้องถนนใส่คู่กรณี หลังเจอเหตุการณ์มอเตอร์ไซค์เฉี่ยวรถมินิคูเปอร์สีเหลืองของเจ้าตัว ซึ่งในคลิปหนุ่มน็อตได้พูดคำว่า “กราบรถ*” และคำนี้เองก่อให้เกิดปรากฎการณ์สุดฮือฮาในโลกโซเชียล คนดังหลายคนได้นำไปล้อเลียนในรูปแบบต่างๆ นานา ซึ่งเราเองก็เชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้คงเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่สำคัญในชีวิตของหนุ่มน็อตที่ไม่มีวันลืมแน่นอน

ที่มา:sanook

ภาพชื่นมื่น แม่ขวัญ-แม่กอล์ฟ ทำบุญทอดกฐินพร้อมหน้าลูกๆ

ภาพชื่นมื่น แม่ขวัญ-แม่กอล์ฟ ทำบุญทอดกฐินพร้อมหน้าลูกๆ

          เป็นภาพที่เห็นแล้วชื่นใจแทน กอล์ฟ พิชญะ และ ขวัญ อุษามณี ที่ดูเหมือนว่าความรักครั้งนี้จะราบรื่นไร้ปัญหาใดๆ อีกต่อไป หลังจากในวันนี้ (6 พ.ย.) กอล์ฟ ได้ควงคุณแม่ตุ๊ก ปราศรัย ไมค์ พิรัชต์ พร้อมด้วย ขวัญ อุษามณี และ แม่แอ๊ว ปราณี เดินทางไปทำบุญทอดกฐินกันที่ จ.เชียงราย เป็นโมเม้นต์ครอบครัวที่อบอุ่นน่ารัก ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสด้วยความอิ่มบุญและอิ่มใจ สยบข่าวดราม่าทั้งหลายในพริบตา

โดยหนุ่มกอล์ฟ ได้โพสต์ภาพครอบครัว พร้อมข้อความว่า “วันเกิดม๊าปีนี้มาทำบุญทอดกฐินกันที่เชียงรายกับท่านวอ มีโอกาสพาแม่น้องมาร่วมบุญ ดีใจ T.T ขอให้แม่ทั้ง 2 สุขภาพแข็งแรงหมื่นปี ๆ”

ขณะที่สาวขวัญ ก็ได้ลงรูปรวมพร้อม 2 คุณแม่ด้วยเช่นกัน พร้อมแคปชั่นที่แฮปปี้สุด ๆ ว่า “ละแล้ว คุณแม่ก็ยิ้มแฉ่ง…พระอาทิตย์ส่อง #ร้องไปเรื่อย”

ที่มา:sanook

เสียงดังโครม!! รปภ.ตกใจวิ่งมาดู กระบะชนยับเสาไฟจนรถบิดงอ หนุ่มดับสลด

         เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 25 ต.ค. ร.ต.ท.ชน เปียสัมปทวน รอง ส.ว.(สอบสวน)สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี รับแจ้งมีรถยนต์กระบะชนเสาไฟฟ้ามีผู้เสียชีวิต ติดอยู่ภายในรถ เหตุเกิดบนถนนบางกรวย–ไทรน้อย หน้าการไฟฟ้าย่อยอำเภอไทรน้อย ม. 11 ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้ง

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าการไฟฟ้าย่อยอำเภอไทรน้อย ฝั่งขาเข้าบางบัวทอง พบรถบนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน บว 7887 นครปฐม ชนกับเสาไฟฟ้าแรงสูง ด้านประตูคนขับ จนรถยุบเข้าไปด้านใน ภายในรถที่นั่งคนขับ พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายนายวิษณุ ทองดอนสา อายุ 20 ปี อยู่หมู่ 14 ต.สระสี่มุม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม มีบาดแผลที่ศีรษะด้านขวา จึงให้รถยกมาลากออกจากเสาไฟฟ้าแล้วนำศพออกมา

201610250730191-20050309151926

นายสุวิทย์ ขวัญสุข รปภ. การไฟฟ้าไทรน้อย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุมีฝนตกหนัก และได้ยินเสียงดังโครมที่ด้านหน้า จึงออกมาดู พบรถปิกอัพ ชนเข้ากับเสาไฟฟ้า จนตัวรถบิดงอตามรูปเสา และมีถังน้ำแข็ง กระเด็นข้ามกำแพงเข้าไปอยู่ด้านใน จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า นายนายวิษณุ ผู้เสียชีวิต ขับรถมาจาก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพื่อที่จะไปรับลูกกุ้ง ที่ จ.สมุทรปราการ มาส่งตามบ่อกุ้ง ที่ อ.กำแพงแสน โดยใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ คาดว่าฝนตกหนัก ทำให้มีน้ำขังอยู่บนผิวถนน เพราะพื้นผิวถนนไม่เรียบเป็นร่องแนวยาว สาเหตุมาจากรถบรรทุกสิบล้อวิ่งจนพื้นถนนยุบจึงมีน้ำขัง คาดว่าจะขับมาเร็วแล้วเสียหลักทำให้รถไปฟาดกับเสาไฟฟ้า จึงมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง

201610250730194-20050309151926

ที่มา: khaosod